Cozingi โคซิงจิ เพิ่มและเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านเชื้อไวรัส

฿1,200.00

Cozingi โคซิงจิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Cozingi คุณสมบัติเพิ่มและเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านเชื้อไวรัส โดยการสร้างประตู 3 ด่าน

หมวดหมู่: ป้ายกำกับ: ,

รายละเอียด

ผลิตภัณฑ์ โคซิงจิ Cozingi
คุณสมบัติเพิ่มและเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านเชื้อไวรัส

โดยการสร้างประตู 3 ด่าน

ประตูด่านที่ 1: เพิ่มภูมิคุ้มกัน โดย เบต้ากลูแคน (β-glucan) และสารสกัดเห็ดหลินจือ

ประตูด่านที่ 2: ป้องกันไวรัสเข้าเซลล์ และยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส โดยสารสกัดกระชายและขิง

ประตูด่านที่ 3: ลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ โดยสารสกัดขมิ้น ลูกหม่อน และมะขามป้อม

องค์ประกอบ

1. เบต้ากลูแคน (β-glucan)

• เป็นโพลิแซคคาไลด์ชนิดหนึ่ง เกิดจากการเชื่อมต่อกันของกลูโคสด้วยพันธะ beta-glycoside
• โครงสร้างที่พบมากที่สุดและมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้ม กันของร่างกายคือ โครงสร้างแบบ (1,3/1,6) β-glucan
• เมื่อเรารับประทาน เบต้ากลูแคน เข้าไป จะถูกดูดซึมโดย Microfold cell ที่อยู่ตามเยื่อผิวของผนังลำไส้เล็ก และจะ macrophage ทำหน้า ลำเลียง เบต้ากลูแคน ไปยังระบบภูมิคุ้มกันส่วนอื่นๆทั่วร่างกาย เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิต้านทานอื่นๆ

2. เห็ดหลินจือ

• “เห็ดหลินจือ” เป็นของหายาก มีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน ที่ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้
• เห็ดหลินจือมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ สายพันธุ์ที่นิยมนำมาบริโภคเพื่อบำรุงร่างกายและรักษาโรคมากที่สุดก็คือ เห็ดหลินจือแดง (Ganoderma lucidum) เนื่องจากมีสารที่เป็นประโยชน์มากที่สุด
• เห็ดหลินจือมีสาร เบต้ากลูแคน เป็นองค์ประกอบ จึงเพิ่มคุ้มกันในร่างกายได้

3. กระชาย

• ในยาแผนโบราณใช้กระชายเพื่อต้านการอักเสบ แผลพุพอง ปากแห้ง ไม่สบายกระเพาะอาหาร บิด โรคในช่องปาก โรคมะเร็ง และความผิดปกติของไต
• การศึกษาพบฤทธิ์ทางชีววิทยาของกระชาย ได้แก่ ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา บรรเทาอาการปวด ลดไข้ และต้านการอักเสบ
• โดยมีรายงานสารสำคัญที่พบในเหง้าของกระชายเหลืองคือ pinostrobin, 1,5-cineol, pinocembrin, chromene, panduratin C, panduratin A, uvangoletin, cardamonin และ alpinetin has been

4. ขิง

• ขิงมีศักยภาพในการรักษาโรคหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โรคข้อเสื่อม อาหารไม่ย่อย ท้องผูก แผลทางเดินอาหาร โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง อาเจียน โรคเบาหวานและโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และต้านเชื้อจุลินทรีย์
• สารสำคัญที่พบในขิงมีทั้งสารระเหยได้ ได้แก่ sesquiterpene และ monoterpenoid hydrocarbons และสารระเหยไม่ได้ ได้แก่ gingerols, shogaols, paradols และ zingerone

5. ขมิ้น

• ขมิ้นถูกนำมาใช้ในหลายประเทศในเอเชียอย่างยาวนาน เหง้าใต้ดินนิยมใช้เป็นเครื่องเทศประกอบอาหาร และเป็นยาสมุนไพร
• การศึกษาพบว่าขมิ้นเหลืองมีฤทธิ์ทางชีววิทยาหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ต้านการอุดตันของเส้นเลือด ชะลอวัย ต้านเชื้อแบคทีเรีย สมานแผล และเพิ่มความจำ
• สารออกฤทธิ์ที่พบในขมิ้นมีหลายชนิด ได้แก่ curcumins I-III, turmerin, turmerone, elemene, furanodiene, curdione, bisacurone, cyclocurcumin, calebin A และ germacrone สารเหล่านี้มีคุณสมบัติต้านมะเร็งและต้านการอักเสบ

6. ลูกหม่อน

• มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในระดับสูง มีวิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะวิตามินซี โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม
• มีสาร Resveratrol (ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของหลอดเลือด)
• เป็นอาหารเสริมสุขภาพสำหรับ ทางเดินอาหาร หลอดเลือด (รักษาความดันโลหิตให้แข็งแรง) ข้อ ทางเดินปัสสาวะ และระบบทางเดินหายใจ

7. มะขามป้อม

• มะขามป้อม มีวิตามินซีสูงมากที่สุดในบรรดาพืชทุกชนิดที่มีในโลก
• มะขามป้อมมีฤทธิ์ดังนี้

– ต้านอนุมูลอิสระ : มะขามป้อมต้านอนุมูลอิสระได้ดีมาก
– ต้านแบคทีเรีย
– ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
– ฤทธิ์ลดไขมันในเลือด
– มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง
– มีฤทธิ์ต้านไวรัส
– มีฤทธิ์ลดการอักเสบ
– มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน